ฉันไม่สามารถอธิบายถึงวีรกรรมของเหล่านักรบผู้กล้าหาญ
ไม่สามารถที่จะดูหมิ่นพวกเขาได้ว่า ชนเหล่านั้นคือผู้ก่อการร้าย
ริมฝีปากของฉันมิอาจจะยอมรับได้ว่าพวกเขาคือเหล่าอธรรม
เมื่อปวงชนได้รับความอยุติธรรม...
ไม่ใช่พวกเขาหรอกหรือที่คอยต่อต้าน
เมื่อปวงชนได้รับการกดขี่...
ไม่ใช่พวกเขาหรอกหรือที่คอยดูแลและปกป้อง
เมื่อสังคมอยู่ในสภาวะที่อันตราย...
ไม่ใช่พวกเขาหรอกหรือที่คอยตรวจตราและรักษาความปลอดภัย
ในขณะที่ใครหลาย หลายคนกำลังหลับไหล
โอ้อัลลอฮ...ได้โปรดเถอะ
ได้โปรดคุ้มครองผู้ที่ทำงานเพื่อสังคมด้วยใจอันบริสุทธิ์
อยู่ภายใต้บัญญัติของพระองค์เพียงผู้เดียว
ไม่ยอมประณีประนอม ต่อสิ่งที่เป็นข้อต้องห้ามของพระองค์
ยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้องและเบ็ดเสร็จ
ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ ต่อข้อห้ามที่มิอาจได้รับการอภัยโทษต่อพระองค์
โอ้ผู้ทรงเมตตา และเกรียงไกร...
ท่านย่อมรู้ดีที่สุด
ว่า...
ชนเหล่านั้นคือผู้ที่ดีเลิศ
วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
เคนโต เรื่องราวของก้อนหิน
๑.......................................
บนดินแดนแห่งอารยธรรม
ผืนดินที่เต็มไปด้วยทองคำ
ฉันเป็นก้อนหินเล็ก เล็ก
๒.......................................
ไร้ค่าประหนึ่งดิน
คงอยู่ด้วยรอยยิ้ม
ทุกสรรพ สิ่งเหยียบย่ำ
๓.......................................
ทุกข์ทรมานเพียงร่างกาย
แต่หัวใจเปี่ยมล้ม ด้วยความสุข
ไม่มีความสุข ใดเทียบเท่า
๔......................................
มองเห็นนกพิราบขาวบินไป
นายพรานกำลังไล่ยิง
นก พิราบร่วงลงมาสู่ฉัน
๕.....................................
เลอะเลือดทั้งตัว
น้ำตาฉันหลั่งไหล
ใครกัน เฝ้าทรมาน
๖......................................
ฉันเป็นผู้ต่ำต้อย
คิดจะหาทางช่วยเหลือ
แต่ก็ ไร้ความสามารถ
๗....................................
ถึงฉันจะเป็นเพียงก้อนหิน
แต่ฉันก็ดีใจที่ได้ ช่วย
ให้เหล่าผู้คุณธรรมได้เหยียบย่ำไป
บนดินแดนแห่งอารยธรรม
ผืนดินที่เต็มไปด้วยทองคำ
ฉันเป็นก้อนหินเล็ก เล็ก
๒.......................................
ไร้ค่าประหนึ่งดิน
คงอยู่ด้วยรอยยิ้ม
ทุกสรรพ สิ่งเหยียบย่ำ
๓.......................................
ทุกข์ทรมานเพียงร่างกาย
แต่หัวใจเปี่ยมล้ม ด้วยความสุข
ไม่มีความสุข ใดเทียบเท่า
๔......................................
มองเห็นนกพิราบขาวบินไป
นายพรานกำลังไล่ยิง
นก พิราบร่วงลงมาสู่ฉัน
๕.....................................
เลอะเลือดทั้งตัว
น้ำตาฉันหลั่งไหล
ใครกัน เฝ้าทรมาน
๖......................................
ฉันเป็นผู้ต่ำต้อย
คิดจะหาทางช่วยเหลือ
แต่ก็ ไร้ความสามารถ
๗....................................
ถึงฉันจะเป็นเพียงก้อนหิน
แต่ฉันก็ดีใจที่ได้ ช่วย
ให้เหล่าผู้คุณธรรมได้เหยียบย่ำไป
วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ถึงบ้านเกิด
เพื่อนรัก!
ที่ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
นายยังคงต่อสู้กับความอยากลำบากและทรมาน
ฉันได้ยินข่าวคราวของนายบ้างแล้ว
นายคงจะอึดอัดและหวาดกลัว
ส่วนฉัน
ยังคงอยู่ในโลกแห่งแสงสี
เต้นรำ! ความรัก! บันเทิง!
นายล่ะ
ยังคงอยู่ในโลกแห่งความหวั่นกลัว
เสียงปืน! ความตาย! การเข่นฆ่า!
เพื่อนรัก
รอฉันหน่อย
สักวันฉันจะกลับไปเคียงข้างนาย
นาย! ซึ่งเป็นเพื่อนรัก ของฉัน
เราจะต่อสู้ด้วยกัน
เราจะตายด้วยกัน
เพื่อนรัก
ฉันไม่กลัวกับความตายเบื้องหน้า
ที่รอคอยฉันอยู่เลย
เพราะฉัน
จะต้องกลับไปตายที่นั่น
เพื่อนรัก!
นายรู้บ้างหรือเปล่า
ทุกอณูของความคิด
ฉันเป็นห่วงแต่นาย
ทุกวัน! ทุกคืน!
ฉันได้แต่สวดและภวนา
ขอความสันติและความปลอดภัยมาสู่ นาย
เพื่อที่เรา
จะได้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
ที่ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
นายยังคงต่อสู้กับความอยากลำบากและทรมาน
ฉันได้ยินข่าวคราวของนายบ้างแล้ว
นายคงจะอึดอัดและหวาดกลัว
ส่วนฉัน
ยังคงอยู่ในโลกแห่งแสงสี
เต้นรำ! ความรัก! บันเทิง!
นายล่ะ
ยังคงอยู่ในโลกแห่งความหวั่นกลัว
เสียงปืน! ความตาย! การเข่นฆ่า!
เพื่อนรัก
รอฉันหน่อย
สักวันฉันจะกลับไปเคียงข้างนาย
นาย! ซึ่งเป็นเพื่อนรัก ของฉัน
เราจะต่อสู้ด้วยกัน
เราจะตายด้วยกัน
เพื่อนรัก
ฉันไม่กลัวกับความตายเบื้องหน้า
ที่รอคอยฉันอยู่เลย
เพราะฉัน
จะต้องกลับไปตายที่นั่น
เพื่อนรัก!
นายรู้บ้างหรือเปล่า
ทุกอณูของความคิด
ฉันเป็นห่วงแต่นาย
ทุกวัน! ทุกคืน!
ฉันได้แต่สวดและภวนา
ขอความสันติและความปลอดภัยมาสู่ นาย
เพื่อที่เรา
จะได้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
นักฆ่า
คงจะดีถ้าหากฉันเป็นนักฆ่า
ฉันจะล่าเหล่าผู้อธรรม
ฉันจะทำให้มัน
ได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ความเจ็บปวด
เหมือนกับที่มัน
ได้ทิ้งความเจ็บปวดนั้น
บรรจุลงไปในกล่องแห่งความทรงจำของฉัน
ฉันได้สูญเสียทุกอย่างที่ฉันรัก
ทนอยู่กับความเหงา
โดดเดี่ยว เวิ้งว้าง และความว่างเปล่า
ฉันรู้ว่าความสุขนั้นคืออะไร
แต่ฉัน...
มิเคยได้รับรู้และได้สัมผัสถึงความสุขนั้น
รอบกายฉัน
ล้วนแล้วแต่พบเจอ
คนที่ได้สัมผัสถึงความสุขนั้น
แต่มิเคยเข้าใจว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ฉันอยากจะเป็นนักฆ่า
ฉันจะล่าเหล่าผู้อธรรม
ฉันจะไม่ฆ่ามันทันที ทันใด
แต่ฉันจะฆ่าคนรอบข้างของมัน
ทีละคน สองคน
เพื่อให้เหยื่อนั้น
ได้ลิ้มรสของความเจ็บปวดมากที่สุด
ดังที่มัน
ได้บรรจุความทรงจำนี้
ลงภายในจิตใจของฉัน
แปลงกายมาเป็นความแค้น
ติดลึกลงไปในห้วงของความรู้สึก
พร้อมที่จะระเบิดออกไป
ในรัศมีที่ถูกจำกัดไว้
ฉันไม่ผิดที่คิดอยากจะเป็นนักฆ่า
ผู้อธรรมเหล่านั้นต่างหากที่สร้างฉันขึ้นมา
ฉันไม่ได้ฆ่าคนบริสุทธิ์
แต่ฉันจะฆ่าคนที่มีความสุข
บนความทุกข์ของผู้อื่น
แต่ฉันไม่ได้อยากเป็นคนเลว
ฉันจะล่าเหล่าผู้อธรรม
ฉันจะทำให้มัน
ได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ความเจ็บปวด
เหมือนกับที่มัน
ได้ทิ้งความเจ็บปวดนั้น
บรรจุลงไปในกล่องแห่งความทรงจำของฉัน
ฉันได้สูญเสียทุกอย่างที่ฉันรัก
ทนอยู่กับความเหงา
โดดเดี่ยว เวิ้งว้าง และความว่างเปล่า
ฉันรู้ว่าความสุขนั้นคืออะไร
แต่ฉัน...
มิเคยได้รับรู้และได้สัมผัสถึงความสุขนั้น
รอบกายฉัน
ล้วนแล้วแต่พบเจอ
คนที่ได้สัมผัสถึงความสุขนั้น
แต่มิเคยเข้าใจว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ฉันอยากจะเป็นนักฆ่า
ฉันจะล่าเหล่าผู้อธรรม
ฉันจะไม่ฆ่ามันทันที ทันใด
แต่ฉันจะฆ่าคนรอบข้างของมัน
ทีละคน สองคน
เพื่อให้เหยื่อนั้น
ได้ลิ้มรสของความเจ็บปวดมากที่สุด
ดังที่มัน
ได้บรรจุความทรงจำนี้
ลงภายในจิตใจของฉัน
แปลงกายมาเป็นความแค้น
ติดลึกลงไปในห้วงของความรู้สึก
พร้อมที่จะระเบิดออกไป
ในรัศมีที่ถูกจำกัดไว้
ฉันไม่ผิดที่คิดอยากจะเป็นนักฆ่า
ผู้อธรรมเหล่านั้นต่างหากที่สร้างฉันขึ้นมา
ฉันไม่ได้ฆ่าคนบริสุทธิ์
แต่ฉันจะฆ่าคนที่มีความสุข
บนความทุกข์ของผู้อื่น
แต่ฉันไม่ได้อยากเป็นคนเลว
ความคิดใส่กระดาษ และจุดยืน
สร้างสรรค์งานสิ่งต่างต่าง ด้วยความคิด
ใช้สติ บรรเลง คำ ใส่กระดาษ
ถึงแม้พลาดก็ยังทัน จะแก้ไข
ก่อนจะคิดทำการ สิ่งใดใด
จง จำไว้จุดยืน คือส้นตีน
แม้เส้นทางไม่ได้โรย ด้วยกุหลาบ
อย่าคิดขลาดที่จะสร้าง สิ่งยิ่งใหญ่
ใช้ศรัทธาเป็นแรง บันดาลใจ
สร้างสิ่งใหม่เป็นตัวเอง นั่นแหละดี
ไม่เสียทีได้เกิดมา เป็นนักคิด
ได้ผลิตตัวอักษร เต้นระบำ
บรรจุคำที่ทรงพลัง ลงที่ว่าง
ทำให้ต่างจากสิ่ง ที่มีอยู่
สร้างตัวเองให้เป็น ดั่งผู้รู้
ไม่มีครูก็จงเป็น ครูตัวเอง
ใช้สติ บรรเลง คำ ใส่กระดาษ
ถึงแม้พลาดก็ยังทัน จะแก้ไข
ก่อนจะคิดทำการ สิ่งใดใด
จง จำไว้จุดยืน คือส้นตีน
แม้เส้นทางไม่ได้โรย ด้วยกุหลาบ
อย่าคิดขลาดที่จะสร้าง สิ่งยิ่งใหญ่
ใช้ศรัทธาเป็นแรง บันดาลใจ
สร้างสิ่งใหม่เป็นตัวเอง นั่นแหละดี
ไม่เสียทีได้เกิดมา เป็นนักคิด
ได้ผลิตตัวอักษร เต้นระบำ
บรรจุคำที่ทรงพลัง ลงที่ว่าง
ทำให้ต่างจากสิ่ง ที่มีอยู่
สร้างตัวเองให้เป็น ดั่งผู้รู้
ไม่มีครูก็จงเป็น ครูตัวเอง
วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
บทกวี ภาพอิสระ
ปัง ปัง เสียงปืนดังก้อง
เหล่านักรบต่างเข่นฆ่า
นกพิราบบินหนีไป
อันที่จริง
ไม่หลงเหลืออิสรภาพเลย
มันสมควรที่จะถูกเรียกว่า ภาพอิสระมากกว่า
ทุกชีวิตมีอายุขัย
มนุษย์ สัตว์ สิ่งมีชีวิต
เมื่อลำกล้องชีไปยังเป้าหมาย
ไกปืนเคลื่อนที
เมื่อนั้น
เป้าหมายล้มลงหัวกระแทกพื้น
สิ่งมีชีวิตตายจากไป ทีละหนึ่ง ตามด้วยสอง
สายลมที่โหดร้าย
ปัดกวาดทุกสิ่งที่สัมผัส
วิญญาณล่องหน
เลือนหายไปกับสายลม
ไร้ทิศทางที่แน่นอน
คำถามที่คู่ควร
ใครคือ ผู้คุมชะตา..................................
เหล่านักรบต่างเข่นฆ่า
นกพิราบบินหนีไป
อันที่จริง
ไม่หลงเหลืออิสรภาพเลย
มันสมควรที่จะถูกเรียกว่า ภาพอิสระมากกว่า
ทุกชีวิตมีอายุขัย
มนุษย์ สัตว์ สิ่งมีชีวิต
เมื่อลำกล้องชีไปยังเป้าหมาย
ไกปืนเคลื่อนที
เมื่อนั้น
เป้าหมายล้มลงหัวกระแทกพื้น
สิ่งมีชีวิตตายจากไป ทีละหนึ่ง ตามด้วยสอง
สายลมที่โหดร้าย
ปัดกวาดทุกสิ่งที่สัมผัส
วิญญาณล่องหน
เลือนหายไปกับสายลม
ไร้ทิศทางที่แน่นอน
คำถามที่คู่ควร
ใครคือ ผู้คุมชะตา..................................
วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
จากพี่น้องของท่าน
มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “คนเรานั้นเมื่อได้มาซึ่งสิ่งต้องการโดยง่าย มันก็มักจะละทิ้งหรือปล่อยสิ่งๆนั้นได้โดยง่ายเช่นกัน” ผมก็เห็นว่ามันเข้าท่าดีนะ มนุษย์เรานั้นเมื่อได้มาความสะดวกสบายก็มักจะอยู่กับความสุขสบายนั้นเกินไป จนลืมไปว่าวิธีการที่ได้มาซึ่งความสุขสบายนั้นเป็นอย่างไร จะต้องผ่านความทุกข์ทรมาน (ที่เรานั้นได้ลืมนึกถึงมันไปเมื่อยามที่เราสบาย) มากแค่ไหน ผู้คนมากมายจะต้องล้มตายเท่าไหร่ นั่นมันไม่เคยสำคัญสำหรับพวกเจ้าเลยหรือนี่กระไร! จนทำให้พวกเจ้าได้ลืมเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ “...และหลังจากนั้น ข้าก็ได้เป่าวิณญาณของข้าลงไป...”
เรา โชคดีมากแค่ไหนที่เราได้อยู่ในยุคที่ ไม่ต้องต่อสู้และไม่ต้องเห็นผู้คนล้มตายต่อหน้าต่อตามากมาย เพื่อให้ได้มาซึ่ง ศาสนา ที่เที่ยงแท้ ผม Harimau ต้องขอยอมรับว่าผมไม่ใช่คนดีอะไรมากมาย หรือ อาจจะเป็นคนเลวดีๆนี่เอง ผมเกิดภายใต้ครอบครัวที่มี กาลีมะห์ (ครอบครัวที่เป็นอิสลาม) และแน่นอนผมเกิดมาก็ได้รับอิสลามมาแต่กำเนิด ดั่งเช่น ท่านๆทั้งหลาย และ นั่นเองจึงทำให้เรานั้นได้มาเป็นพี่น้องร่วมศาสนาเดียวกัน เป็นเสมือนดั่ง ร่างกายที่เป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่ออวัยวะใดเจ็บก็ย่อมทำให้ร่างกายนั้นเจ็บตามไปด้วย
โอ้ ท่านทั้งหลาย ท่านหรือคือพี่น้องของเรา ผู้ซึ่งมี กาลีมะห์เดียวกัน แล้วเหตุไฉนกันเล่า ท่านถึงได้ทำร้ายพร้อมทั้งใส่ร้ายพวกเราทุกคน ผู้ซึ่งไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย ท่านยังคงบอกว่าเราคือพี่น้องของท่านอีกหรือ ในขณะที่ท่านนั้นยังคงดำเนินชีวิตตามอำเภอใจ โดยที่ไม่เคยเหลือบมามองผู้ที่อยู่ข้างหลังของท่าน ว่าพวกเขานั้นเดือดร้อนเพียงใด และจะต้องรับภาระหนักหนาแค่ไหน ที่จะปกป้องสิ่งที่ท่านได้กระทำลงไป โอ้พี่น้องของฉัน โปรดจงเข้าใจเถิดว่า ความมืดที่อยู่ภายใต้แสงจันทร์ มันยังคงไม่ร้ายแรงเท่ากับความมืดมิดที่ก่อตัวขึ้นภายในจิตใจหรอก และโปรดจงเข้าใจอีกเถิดพี่น้องของฉัน ว่า อิสลามนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อท่านทำร้ายตัวของท่านเอง ก็เท่ากับว่าท่านนั้น ได้ทำร้ายพี่น้องของท่านไปแล้ว พันๆล้านคน
โอ้พี่น้องของฉัน ฉันรักพวกท่านทุกคนนะรู้ไหม ส่วนพวกท่านจะรักฉันหรือไม่นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับจิตใจของพวกท่านเองแล้วล่ะ ว่าพวกท่านจะเลือกทางเดินของท่านอย่างไร โอ้พี่น้องของฉัน โปรดจำไว้เถิดว่า ทางเดินที่เจ้าจะเลือกนั้นมันไม่ใช่แค่มีผลเพียงแต่ตัวของท่านเองเท่านั้น หากแต่จะมีผลไปถึงมนุษย์ที่ขึ้นชื่อว่า “พี่น้องของท่าน” นับอีกพันๆล้านคน และสุดท้ายนี้ โอ้พี่น้องของฉัน โปรดจงเข้าใจเถิดว่า บทความนี้เป็นบทความที่พี่น้องของท่านคนหนึ่งเขียนมันขึ้นมากับมือ พร้อมทั้งบรรจุความรักและความห่วงใย จากใจจริง และไม่หวังผลตอบแทนใดๆ และไม่ได้ต้องการที่จะทำให้พี่น้องของเราเกิดความขัดแย้งซึ่งกันและกันแต่อย่างใด และไม่ได้คิดที่จะ ต่อว่าใครแต่อย่างใด เพียงเพราะว่าสิ่งที่ผมเขียนลงไปนี้มาจากน้ำตาและความหวังที่สดใสจากผมเอง ซ้ำยังต้องการที่จะเตือนสติของผมเองด้วยเช่นกัน และหากมีข้อบกพร่องหรือข้อผิดพลาดประการใด ผมก็ขอรับมันไว้แต่เพียงผู้เดียว
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)